วันที่ 12 กันยายน นางพิมพ์ (นามสมมติ) อายุ 57 ปี และนางสาวจอย (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เดินทางมาขอความช่วยเหลือ นายสรรเพชร ทิพมนเทียน ทนายความจิตอาสา จากนั้นทนายความสรรเพชร ได้พาทั้ง 2 คนเดินทางไปขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา รวมถึงสำนักงานยุติธรรม

นางพิมพ์ เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวคนโตของตน คือ นางสาวโบว์ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ซึ่งมีลูกชาย 4 ขวบ และลูกสาว 1 ขวบ ถูกตำรวจจับในข้อหาลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 62 โดยนางสาวโบว์ได้เข้าไปขโมยของ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,287 บาท ดังนี้

– นมผงเด็ก จำนวน 2 กล่อง ราคา 998 บาท

– ผ้าเปียก จำนวน 1 ชิ้น ราคา 89 บาท

– ขนมขาไก่ จำนวน 1 ชิ้น ราคา 15 บาท

– ขนมเค้กกล้วยหอม 1 ชิ้น ราคา 13 บาท

– น้ำเต้าหู้ 1 ขวด ราคา 13 บาท

– ขนมเวเฟอร์ 3 ชิ้น ราคา 75 บาท

– ขนมเค้กสอดใส้แยมสตรอว์เบอร์รี่ 1 ชิ้น ราคา 6 บาท

– ขนมสาหร่ายทอด 1 ชิ้น ราคา 78 บาท

นางพิมพ์ กล่าวอีกว่า ที่ลูกสาวทำแบบนี้เพราะไม่มีเงินซื้อของประทังชีวิตให้ลูกๆ จึงตัดสินใจขโมยของภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสามีของนางสาวโบว์ เป็นกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่เมืองพังงา หากมีงานจึงจะมีเงินซื้อข้าวสาร อาหาร มาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาท

โดยในช่วงที่ก่อเหตุสามีของนางสาวโบว์ ไม่ได้ทำงาน จึงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งขณะนี้ไม่มีเงินประกันตัว จึงขอให้ทางทนายช่วยร้องขอไปยัง กองทุนยุติธรรม ในการช่วยการประกันตัว เพื่อได้ออกมาเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่

นางสาวจอย กล่าวเสริมว่า ตอนนี้พี่เขยได้นำลูกคนเล็กไปเลี้ยงที่ไซต์ก่อสร้างด้วย โดยให้ลูกนอนในกล่องลังกระดาษ ส่วนคนโตเข้าโรงเรียนแล้ว ตอนนี้ทางครอบครัวไม่มีเงินเลย แค่จะซื้อข้าวและนมให้เด็กๆ ก็ยังไม่พอ ถ้าถามถึงเงินประกันตัว และต่อสู้คดี ครอบครัวก็ไม่มีเช่นกัน ตอนนี้อยากให้พี่สาวได้ประกันตัว จะได้ออกมาดูแลลูกที่ยังเล็ก เพราะแม่ก็แก่และพิการ ส่วนตนก็ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนางสาวโบว์ ก็พบว่า ฐานะยากจนจริง พบสภาพบ้านเป็นบ้านปูนไม่ฉาบชั้นเดียว มีห้องนอน 2 ห้อง ห้องครัวเปิดโล่ง มีเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ ไฟนีออนจำนวน 3 หลอด ทีวีรุ่นเก่า ไม่มีปลั๊กไฟ ใช้งานหรือเปิด-ปิดไม่ได้

นอกจากนี้ ตู้เย็นขึ้นสนิม มีกับข้าวที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนเช้าแช่เพื่อให้ครอบครัวที่อาศัยอยู่ จำนวน 6 ชีวิต ได้ประทังชีวิต หม้อหุงข้าวสภาพเก่า ถังแก๊สปิกนิก และเตาไม้ฟืนไว้ใช้หากแก๊สหมด และเสื้อผ้าเก่าๆ ที่กองรวมอยู่ภายในห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่ง

โดยเพื่อนบ้านของนางโบว์ เปิดใจว่า นางสาวโบว์ เป็นคนดี ไม่ได้มีนิสัยขี้ขโมย แต่ครอบครัวนี้ก็ลำบาก ซึ่งตนก็ได้ช่วยเหลือบ้าง มีของกินก็แบ่งกันตามประสาคนยากจน พอรู้ข่าวว่าไปขโมยของก็ตกใจ และเสียใจ แต่พอมาคิดอีกทีก็เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ เกิดขึ้นจากความลำบาก และจำเป็นต้องหาอาหารประทังชีวิตลูกๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here