วิธีการหนีเอาชีวิตรอด หากรถประสบอุบัติเหตุตกน้ำ

ข่าวการจากไปของพิธีกรและสไตลิสต์ชื่อดังอย่าง เซนติเมตร จตุรภัทร เข็มนาค และ โจ้ ศุภกิจ เกิดซ้ำ ผู้จัดการร้านมัลติแบรนด์ชื่อดัง สร้างความสะเทือนใจและความโศกเศร้าให้กับเหล่าเพื่อนดารา แฟนคลับ รวมไปจนถึงบุคคลทั่วไปเป็นอย่างมาก เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

เราเชื่อว่าอุบัติเหตุไม่ใช่สิ่งไกลตัวทุกๆ คน และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เรื่องน่าสลดใจเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก วันนี้ เราจึงนำสาระดีๆ ที่ทุกคนควรทราบถึงวิธีการหนีเอาชีวิตรอดหากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาบอกเพื่อนๆ หากว่าเราตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว เราต้องปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อให้มีชีวิตรอดปลอดภัยได้บ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1. รวบรวมสติ มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด!!
เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำตัวปกติหากว่ารถคุณพุ่งตกลงไปในคลองหรือกำลังจมน้ำ อย่างไรก็ตาม ขั้นต้นของการเอาชีวิตรอดคือ คุณต้องรวบรวบสติ ทำตัวสงบให้มากที่สุดให้ได้ อย่ามัวแต่ตื่นตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่าในรถของคุณมีเด็กอยู่ด้วย

2. ช่วยเหลือตัวเองก่อน และค่อยช่วยเหลือคนที่แข็งแรงลำดับต่อมา
รีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้หมด หากว่ามีเด็กนั่งรถไปด้วยหลายคน ให้ปลดเข็มขัดนิรภัยของเด็กที่โตที่สุดก่อน เพื่อให้เด็กโตช่วยเหลือผู้อื่นต่ออีกแรง หากว่ารถค่อยๆ จมลง ต้องบอกให้เด็กๆ มีสติ และหายใจแบบปกติ แต่เมื่อน้ำเกินกว่าระดับหน้าอกแล้วให้สูดหายใจลึกๆ แล้วปิดปาก กลั้นหายใจทันที

3. รู้จักอุปกรณ์ช่วยให้กระจกรถแตก
รีบลดกระจกทุกบานลงให้เร็วที่สุด และรีบปลดล็อกประตูทุกบาน หากว่าไม่สามารถเปิดกระจกได้ ให้ถอดที่พิงศีรษะออก ใช้แท่งเหล็กกระแทกร่องกระจกด้านข้าง ตอกเข้าไปประมาณ 1 นิ้ว แล้วงัดเข้าหาตัว กระจกจะแตกทั้งบาน ถ้าถอดที่พิงศีรษะไม่ได้ หาวัตถุแข็งๆ เท่าที่หาได้ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าส้นสูง ร่ม ไขควง กล้องมางัดกระจกแทน หรือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเตรียมความพร้อมล่วงหน้า อยากหาวัตถุป้องกันอันตรายติดรถไว้ เราแนะนำเป็น เหล็กนำศูนย์ (Center Punch) หรือบางที่เรียกกันว่า เขาควาย มาติดรถไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

4. ว่ายน้ำออกมาให้เร็วที่สุด อย่างระมัดระวัง
เมื่อทำให้กระจกแตกได้แล้ว รีบว่ายน้ำออกมาให้เร็วที่สุด เพราะจังหวะที่คุณทุบกระจกแตกได้แล้ว น้ำก็จะไหล่บ่าเข้ารถยนต์คุณเช่นกัน หากมีเด็กไปด้วย ช่วยเด็กออกไปก่อน ถ้าเด็กว่ายน้ำไม่เป็น พยายามหาวัตถุจับเกาะที่เด็กสามารถเกาะแล้วลอยขึ้นเหนือน้ำได้ จังหวะที่ว่ายออกมาทางหน้าต่าง พยายามใช้มือช่วยดันตัวเองออกมา พยายามอย่าใช้เท้าถีบส่งแรง เพราะอาจทำให้คนด้านหลังบาดเจ็บจากกระจกได้

5. การหนีทางประตูรถ ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ
ถ้าไม่สามารถหนีออกจากรถทางหน้าต่างได้ ให้หนีออกทางประตูแทน แต่ช่วงที่สามารถเปิดประตูหนีออกไปได้นั้นจะเป็นช่วงที่รถยังอยู่เหนือระดับน้ำ และคนส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะตื่นตระหนกจึงทำได้ยากมาก เมื่อใดก็ตามที่รถจมน้ำแล้ว แรงดันน้ำจะทำให้เราไม่สามารถเปิดประตูได้เลย ไม่ว่าจะจากเปิดจากทางด้านในหรือด้านนอกก็ตาม หากต้องหนีออกทางประตูจริงๆ ต้องปลดล็อกประตูรอ เมื่อน้ำเข้ามาในรถจนเกือบถึงหลังคารถ ความดันภายในและภายนอกรถจะใกล้เคียงกัน จะทำให้เราเปิดประตูออกไปได้ หากเปิดประตูได้แล้วให้ผลักบานประตูออกไปให้กว้างที่สุดแล้วรีบว่ายออกทางประตู แต่จำไว้ว่าการหนีออกทางประตูเป็นเรื่องเสริม และอาจทำได้ยากกว่าการหนีออกทางหน้าต่าง เพราะเมื่อน้ำเข้ารถแล้ว รถจะจมเร็วกว่าเดิมด้วย และโดยทั่วไปแล้ว คงไม่มีใครอยากรอจนกว่าน้ำจะท่วมเกือบมิดรถถึงค่อยหนีออกมาหรอก ในช่วงวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น การมีสติและทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าทำพลาดในขั้นตอนสุดท้ายนี้ โอกาสรอดชีวิตก็จะยากแล้ว



error: Content is protected !!