อย่าให้ความขี้หึงมาบั่นทอนความสัมพันธ์ เปลี่ยนนิสัยขี้หึงให้เป็นความเชื่อใจดีกว่า

อาการหึง เป็นอาการเบสิกที่คนมีรักต้องเจอกันทุกคน แม้เขาคนนั้นจะยังไม่ได้เป็นอะไรกับเราก็ยังหึงได้ไม่มีเว้น แต่ถ้าผู้ชายออกอาการขี้หึงจัด คงไม่ค่อยเท่ในสายตาผู้หญิงสักเท่าไร ถ้าอย่างนั้นหนุ่ม ๆ มาลองแก้นิสัยขี้หึงตามวิธีนี้กันครับ

ไตร่ตรอง หาเหตุผล

ในชีวิตประจำวันของเราต่างก็ต้องเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา ดังนั้นย่อมต้องมีการพูดคุยติดต่อกับคนต่างเพศบ้าง แต่หากคุณเริ่มจับสังเกตได้ว่าแฟนสาวดูจะคุยกับเจ้าหนุ่มแปลกหน้าบ่อยเกินไป ก็อย่าเพิ่งโวยวายด้วยความหึงเอากับเธอนะครับ เดี๋ยวผู้หญิงจะตกใจและยิ่งปกปิดคุณมากขึ้น ทางที่ดีลองสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ ไปก่อน แล้วไตร่ตรองกับตัวเองสักพักว่าแฟนสาวของเราคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วยเรื่องอะไร ลักษณะการพูดคุยเป็นแบบไหน รวมทั้งลองหาเหตุผลที่ดีพอกับการหึงในครั้งนี้ของคุณเองให้ชัด ๆ ว่ามันมีน้ำหนักมากพอให้ออกอาการหึงจนสร้างความหนักใจให้เธอหรือเปล่า

อย่าปล่อยให้จินตนาการทำร้ายตัวเอง

คนขี้หึงส่วนใหญ่มักหลอนไปกับจินตนาการด้านร้าย ๆ ที่สร้างขึ้นเอง ทั้งยังชอบหาเหตุผลด้านลบมารองรับการกระทำบางอย่างของคนรักเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่น คิดเองว่าแฟนต้องไปเดทกับผู้ชายอื่นแน่ ๆ ถึงกลับบ้านช้ากว่าปกติแบบนี้ หรือเหตุผลที่เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์อาจเป็นเพราะเธออยู่กับผู้ชายอีกคน เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์ที่เราคาดเดาไปต่าง ๆ นานาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ หากยังไม่แน่ในความคิดของตัวเองดีนัก ก็อย่าออกอาการหึงจนหน้ามืดเลยดีกว่า แล้วลองเปลี่ยนความคิดมามองโลกให้สวยดูบ้าง อย่างบางทีที่เธอไม่รับโทรศัพท์อาจเป็นเพราะกำลังขับรถมาหาคุณอยู่ หรือที่กลับบ้านผิดเวลาก็อาจกำลังหาซื้อของมาเซอร์ไพร์สคุณก็ได้

เลิกคิดเปรียบเทียบตัวเองกับใคร

หนุ่ม ๆ อาจไม่รู้ตัวว่าอารมณ์ขี้หึงกับอารมณ์อิจฉานั้นอยู่ใกล้กันแค่เส้นบาง ๆ คั่นไว้ เพราะต้นเหตุที่ทำให้คุณออกอาการหึงเป็นประจำ ก็เป็นต่อเมื่อเห็นแฟนของเราคุยกับชายหนุ่มหน้าตาดีกว่า หรืออย่างน้อยก็ต้องมีอะไรที่เหนือเราสักอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถให้เธอได้ในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วในใจและในสายตาของคนรัก อาจจะไม่มีใครดีไปกว่าคุณแล้วก็ได้ ฉะนั้นเลิกเติมเชื้อไฟความหึงด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับใครหน้าไหนดีกว่า

บอกสิ่งที่ตัวเองคิดให้คนรักได้รับรู้

แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเขินนิดหน่อยที่ต้องบอกความในใจกับคนรักแต่หากคุณระงับความคิดที่เป็นต้นเหตุของอาการขี้หึงไม่ได้เลย คงต้องยอมเปิดใจพูดคุยกับคนรักตรง ๆ สักทีแล้วล่ะ บอกให้หมดว่าคุณระแวงในเรื่องไหนบ้าง หรืออาจจะทำข้อตกลงเรื่องการแต่งตัววาบหวิวของแฟนสาวไปด้วยเลย รวมทั้งพยายามยัดเยียดตัวเองให้มีส่วนร่วมในชีวิตของคนรักทุก ๆ ด้าน โดยนัดเจอและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานของคนรักบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคนรักกับเพื่อนร่วมงานไม่มีโอกาสสวมเขาให้คุณแน่ ๆ และการเปิดใจอธิบายความคิดของตัวเองให้ฝ่ายหญิงได้รับรู้แบบนี้ บางทีเธออาจจะเผยความในใจและย้ำให้คุณมั่นใจในความรู้สึกของเธอมากขึ้นก็ได้

การลองใจไม่ใช่เรื่องที่ดี

หลายคนขี้หึงอย่างเดียวไม่พอ แต่ชอบลองใจอย่างไร้สาระแถมให้ด้วย ซึ่งจุดประสงค์ของการลองใจนั้นเป็นเพราะคุณไม่เชื่อใจแฟนของตัวเอง ผู้หญิงเขาก็มองว่าเป็นนิสัยเด็ก ๆ ที่ไม่เข้าท่าอย่างแรงเลยนะครับ แทนที่จะทำตัวงี่เง่าแบบไร้เหตุผล ก็เปลี่ยนวิธีมาเป็นถามตรง ๆ คุยกันให้เคลียร์ในทุกประเด็นที่คุณข้องใจไปเลย

เชื่อใจให้มากที่สุด

เมื่อรักกันแล้วก็ต้องเชื่อใจกันให้มาก เพราะหากไม่เชื่อใจคนรัก คุณก็จะระแวงและออกอาการขี้หึงอย่างนี้ไปตลอด ดังนั้นถ้าไม่อยากกลายเป็นผู้ชายขี้หึงจนน่ากลัว ก็เติมความเชื่อใจควบคู่ไปกับความรักด้วยดีไหมครับ โดยเฉพาะหากแฟนสาวก็ไม่ได้มีทีท่าเจ้าชู้ใส่หนุ่มคนไหน และยังคอยดูแลคุณอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง อย่างนี้ก็อย่าไปเสียเวลาระแวงความรักของเธอเลย

อาการหึงหวงเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายก็ตาม ซึ่งถ้าไม่อยากให้ความขี้หึงมาบั่นทอนความสัมพันธ์ของคุณให้สั่นคลอน เรามาเปลี่ยนนิสัยขี้หึงให้เป็นความเชื่อใจ ความไว้ใจ และความเข้าใจดีกว่านะครับ



error: Content is protected !!